top of page
Search

Story Sharing by อดีตนักเรียนทุนม.ปักกิ่ง Part 2: เตรียมตัวสมัครทุน


มาต่อกันที่พาร์ท 2 ที่จะโฟกัสในเรื่องการของเตรียมตัวขอทุน และชีวิตการเรียนที่ประเทศจีนกันค่ะ


Q: Portfolio ตอนยื่นทุนของพี่โมเมเป็นยังไง

A: ก็เหมือนการเตรียมตัวยื่น Portfolio ทั่วไปเลย เราก็รวมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางด้านภาษาจีนที่เคยทำตลอดสามปี อย่างเช่น รางวัลชนะเลิศการแข่งขันภาษาจีนระดับประเทศที่เคยได้มา 


 รวมถึงใบประกาศที่ได้จากค่ายภาษาจีนต่างๆ ซึ่งอันนี้ก็มีส่วนช่วยด้วยเหมือนกัน เพราะทำให้เห็นถึงความสนใจในด้านภาษาจีน และยังทำให้ทางมหาลัยเห็นด้วยว่าเราสามารถใช้ชีวิตในจีนได้ มีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมจีนมาก่อน 


Q: การเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ทุนเป็นยังไง

A: ตอนสอบเข้าเรียนจะถามคำถามวิชาการเลย แต่สัมภาษณ์ทุนโดยปกติจะมีคำถามประมาณว่าทำไมถึงอยากมาเรียนที่มหาลัยนี้ หรือทำไมถึงอยากเข้าคณะนี้ ถึงเราสามารถตอบแบบเฉพาะเจาะจงได้ ก็จะมีความได้เปรียบ

 

อย่างเช่น อยากเข้าที่นี่ เพราะมีหลักสูตรวิชานี้ ที่สอนโดยอาจารย์ท่านนี้  ซึ่งเขามีงานวิจัยด้านใดบ้างที่ตรงกับสิ่งที่เราอยากเรียน หรือความสนใจเรา  รวมไปถึงแผนในอนาคตว่า หลังจากเรียนจบไป อยากจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้ ก็จะทำให้คำตอบดู Impact มีน้ำหนัก และ น่าสนใจมากขึ้น


Q: ได้ทุนฟรีตั้งแต่ป.ตรี  ถึง ป.โท เลยใช่มั้ย

A: ใช่ค่ะ ได้ทุนเต็มของมหาลัย ที่ครอบคลุม ค่าเทอมทั้งหมด มีเงินเดือนค่ากินให้ประมาณหมื่นกว่าบาทไทย และค่าประกันชีวิต ซึ่งค่าอาหารในโรงอาหารมหาลัยไม่ได้แพงมาก ถ้าไม่ได้กินข้าวข้างนอกบ่อยๆ ก็สามารถคุมค่าใช้จ่ายได้


ซึ่งถ้าได้เงินเดือนเท่านี้แต่อยู่ในเมืองอื่นๆของจีน ที่ค่าครองชีพถูกกว่า ก็สามารถอยู่ได้แบบสบายๆเลยค่ะ 


แต่มีอีกหลายทุน ของหลายมหาลัย ที่จะครอบคลุมให้ทั้งหมด รวมไปถึงค่าที่พักด้วยค่ะ


Q: ชีวิตในการเรียนที่จีนเป็นยังไงบ้าง

A: คนที่ปักกิ่งจะใช้ชีวิตกันเร็วมากๆ หมายถึงเขาใช้ทุกวินาทีอย่างมีคุณค่า เดินเร็ว กินข้าวเร็ว แล้วเอาเวลาไปทุ่มกับการอ่านหนังสือแทน เราจะเห็นคนนั่งอ่านหนังสือได้ทั่วทุกมุมมหาลัย  ห้องสมุด  โรงอาหาร  แม้กระทั่งตามบันได  จะไม่ค่อยมีภาพนั่งเล่น กินขนมกัน ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่าเขาให้สำคัญกับการเรียนมากๆ


เคยมีครั้งนึงที่นัดกับเพื่อนไปคาราโอเกะกัน ตอนบ่ายสอง ซึ่งเพื่อนก็จะเริ่มวันโดยการตื่นเช้ามาอ่านหนังสือ จนถึงเวลานัด ถึงจะสะบายกระเป๋า (ที่มีหนังสือ)  ไปร้องคาราโอเกะ เพราะหลังจากที่เราร้องเพลงกันเสร็จ ก็จะไปอ่านหนังสือกันต่อ อะไรประมาณนี้ คือไม่ปล่อยทิ้งเวลาให้ผ่านไปอย่างเสียเปล่าจริงๆ

Q: ชีวิตในเมืองจีนที่ประทับใจ

A: ประทับใจในเรื่องการความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีของเขา   ด้วยความที่เราอยู่มาหลายปี ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงตลอดแทบทุกปี 


 ยกตัวอย่างเรื่องประจำวัน อย่างสังคมไร้เงินสด  คือเราสามารถซื้อของ โดยการสแกนเปิดตู้ แล้วสามารถหยิบของจากตู้ขายของ แล้วมันจะหักเงินอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมานั่งสแกนของทีละอันเลย  หรือการเดินทางก็สามารถสแกนหน้าแทนการเช็คบัตรประชาชนตอนขึ้นรถไฟความเร็วสูงได้


 คือเขามีการเอาเทคโนโลยีมาเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้ ตลอด เชื่อว่าถ้าอีกปีหรือสองปีข้างหน้า ถ้ากลับไปอีก ก็น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกเรื่อยๆเหมือนกัน



 
 
 

Comments


bottom of page