top of page
Search

แชร์ประสบการณ์เรียนต่อป.โท และประสบการณ์ทำงานในฮ่องกง

Updated: Jun 23, 2024

#เรียนต่อประเทศ #ทำงานต่างประเทศ #ปริญญาโทฮ่องกง






จุดเริ่มต้นของการเรียนป.โท


หลังจากเรียนจบป.ตรีที่ธรรมศาสตร์ ก็เริ่มทำงานในบริษัทเอกชน แล้วก็มักจะมีคนแนะนำว่า ถ้าหากอยากเติบโตในสายงานนี้ในอนาคต วันนึงก็ควรเรียนต่อนะ เราก็เหมือนตั้งเป้าไว้ในใจว่าจะต้องเรียนต่อแหละ แต่ยังไม่ได้ปักใจว่าต้องเป็นที่ไหน จนเวลาผ่านไป 4-5 ปีก็รู้สึกว่า ถ้าไม่เรียนตอนนี้ก็คงไม่ได้เรียนแล้ว เลยรวบรวมกำลังใจอ่านหนังสือ  สอบ IELTE แล้วก็หาทุนเรียนต่อทางด้านบริหารธุรกิจ


ทำไมถึงเลือกมาเรียนที่ฮ่องกง


ตอนนั้นพยายามหาทุนจากหลากหลายที่ ทั้งจากจีน ไต้หวัน และฮ่องกง แต่ให้ความสนใจกับทางฮ่องกงเป็นอันดับต้นๆ เพราะ หลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และเป็นเมืองที่ใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าเทียบกับอีกสองประเทศ ซึ่งเหมาะกับเราที่พูดภาษาจีนไม่ได้เลย ประกอบกับหลักสูตรที่คล้ายกับประเทศอังกฤษที่เรียนจบภายในหนึ่งปี แล้วฮ่องกงเองก็เปรียบเสมือนเป็น Business & Financial hub ของ Asia ที่เราน่าจะได้เรียนรู้ทาง Business management ได้เยอะ


 ประสบการณ์เรียน 1 ปีที่ฮ่องกง


ช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์ก็มีความ  challenging ประมาณนึง เพราะมีการต้องทำงานกลุ่มร่วมกันผ่านออนไลน์ซึ่งยังไม่ค่อยชิน แต่ก็ผ่านไปด้วยดี


บรรยากาศในห้องเรียนค่อนข้างจะ interactive ที่มีการกระตุ้นให้ถามตอบ หรือพูดคุยกัน แต่ด้วยความที่นักศึกษาส่วนใหญ่มากจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ก็จะไม่ค่อยกล้าแสดงออก คนที่ active จะเป็นนักศึกษาต่างชาติมากกว่า อีกสิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนคือเรื่องของการ Plagiarism ( การลอกงาน) ในการส่งงานทุกครั้งจะมีการตรวจสอบแหล่งที่มาของเนื้อหา หากพบว่ามีการคัดลอกสูงผิดปกติ เช่น 70% ขึ้นไป จะมีการตรวจสอบ และในคลาสเรามีนักศึกษาโดนตัดสิทธ์ด้วยเรื่องนี้หนึ่งคน สิ่งนี้ทำให้ทุกครั้งที่เราส่งงานจะต้องมั่นใจว่ามีการระบุ Source ที่มาอย่างถูกต้องและไม่ copy คำแบบ word-by-word. เนื่องจากการทำโปรเจค หรือ ส่งข้อสอบแน่นอนว่าไม่สามารถตอบแบบตามทฤษฏีที่เรียนมา หรือจากหนังสือใดๆได้ แต่ต้องมีการค้นข้อมูล วิเคราะห์ และใส่ความคิดเห็นของเราลงไปด้วย เพราะฉะนั้นหากสิ่งที่เราเขียนมาจากสิ่งที่เราวิเคราะห์เอง ก็ make sense ว่าเปอร์เซ็นการคัดลอกมันไม่ควรสูงเกิน 10% 


นอกจากนี้ อาจารย์ยังให้ความสำคัญกับการต่อยอดไอเดียของเราว่ามันสอดคล้องกับสิ่งที่เรียน และโลกแห่งความเป็นจริงแค่ไหนอีกด้วย สิ่งที่ภูมิใจมากๆคือ มีหนึ่งวิชาที่เราได้ A คนเดียวในคลาส ซึ่งเป็นวิชาเกี่ยวกับ Marketing และเราใช้เวลาในการค้นข้อมูลละเอียดมาก และตั้งใจทำไฟนอลเปเปอร์มากๆด้วยเช่นกัน


มิตรภาพและประสบการณ์ใหม่ๆ


ช่วงแรกๆที่มาเรียนก็อาจจะมีเหงานิดหน่อยเพราะเป็นช่วงโควิด (ปี 2020) เลยยังไม่ค่อยเจอเพื่อนๆ แต่หลังจากที่คลาสกลับมาเปิดปกติก็มีกิจกรรมเยอะขึ้น มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติมากๆ ทั้งจากแถบอาเซียน แต่ส่วนมากนักศึกษาต่างชาติจะเป็นแถบอเมริกา ยุโรป และแอฟริกา ช่วงเสาร์ อาทิตย์ก็มีจะกิจกรรมหลายอย่างที่เราไม่เคยทำเลยตอนอยู่ไทย เช่น  Hiking ที่เป็นกิจกรรมที่ฮิตมากของชาวฮ่องกง ก็คือการไปเดินเขา อยู่กับธรรมชาติ ดื่มด่ำบรรยากาศอีกแบบของฮ่องกง หรือการไป Camping บนหาดที่ไม่มีไฟฟ้า เป็นแบบลุยๆเลย ไปกับประมาณ  20 คน ซึ่งเหมือนได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง สนุกนะ แต่ตอนนั้นบอกตัวเองว่า จะไม่ทำอีกแล้ว เพราะเหนื่อยมาก


ถึงแม้จะเป็นโปรแกรมแค่หนึ่งปี แต่ทำให้เราได้รู้จักคนจากหลากหลายพื้นที่ จากหลากหลายวัฒนธรรม จำได้ว่ามีเพื่อนคนนึงที่มาจาก ซีเรีย และเขาแชร์ขนมของประเทศเขาให้เพื่อนๆในคลาสชิม และก็ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่ทำให้ได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างของชีวิตเด็กเอเชียกับเด็กตะวันตก กาารใช้ชีวิต การให้ความสำคัญในชีวิต 


โอกาสทำงานในบริษัทสัญชาติอเมริกาในฮ่องกง


นักศึกษาต่างชาติทุกคนที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยในฮ่องกงจะได้รับสิทธิต่อวีซ่าที่เรียกว่า IANG VISA ซึ่งอนุญาตให้บุคคลอาศัยในฮ่องกงเพื่อหางานได้เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในเรื่องการหางาน เนื่องจากบริษัทไม่ต้อง sponsor Working Visa ให้เรา หรือง่ายๆ คือ ช่วยให้บริษัทจ้างเราได้ง่ายขึ้น 


ด้วย IANG VISA, Background การทำงานที่ไทย และ สามารถสื่อสารได้ทั้งไทยและอังกฤษทำให้เราสามารถหางานได้หลังเรียนจบโท ในบริษัทสัญชาติอเมริกัน ที่เป็น Head quarter ของเอเชีย และได้รับ Package หลักแสนไทยบาทต่อเดือน ซึ่งเท่ากับว่าการมาเรียนโทครั้งนี้ทำให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นมาราวๆ 200% เพราะแน่นอนว่าฐานเงินเดือนที่นี่ต้องสูงกว่าที่ไทยด้วยค่าครองชีพที่สูงกว่ามาก แต่ถึงเทียบกับใน market job ใน ฮ่องกงเองก็ถือว่าไม่น่าเกลียดเลย จึงทำให้แผนที่จะกลับไทยถูกพับเก็บไปก่อน จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 3 ปีแล้ว 


บรรยากาศการทำงานของบริษัทในฮ่องกง


เราถือว่าโชคดี เพราะถึงจะเป็นบริษัทในฮ่องกงแต่ว่าเป็นบริษัทต่างชาติ ในทีมส่วนมากก็เป็นผสมๆกัน มีทั้งเอเชียและฝรั่ง สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเป็นหลัก Director ที่คุมทีมเป็น American สไตล์ก็เลยจะสบายๆ ไม่จุกจิก ไม่มีความ Seniority เยอะ  จำได้ว่าตอนเราเริ่มทำงานได้สองวัน ที่ออฟฟิศก็พากันไปลงเรือปาร์ตี้ฉลองจบโปรเจคใหญ่ เลยทำให้เราได้เห็นวัฒนธรรมการทำงานที่นี่ มีปาร์ตี้บ่อยมากๆในปีแรก และด้วยความที่คนในทีมอายุใกล้เคียงกัน เลยสนิทกันทั้งหมด นอกจากไปเที่ยวกับบริษัท บางครั้งเราก็นัดไปปาร์ตี้กันเองบ่อยๆ และกลายเป็นเพื่อนกันในชีวิตจริงไม่ใช่แค่ที่ทำงานด้วย


สิ่งที่เราชอบอีกอย่างในการทำงานที่นี่คือ เราสามารถถามคำถามกับใครก็ได้ในทีม แล้วทุกคนก็จะยินดีช่วยเหลือ หรือหากเราทำอะไรผิด จะมีคนเดินมาบอกเราตรงๆ โดยไม่ใช่การต่อว่า แต่เพื่อให้เรารับรู้ ก็เลยค่อนข้างสบายใจในการทำงานที่นี่มาเกือบๆสามปีแล้ว และถ้าหากว่าไม่ใช่เหตุผลที่ต้องย้ายกลับไทย ก็คิดว่าคงไม่ย้ายไปบริษัทอื่นๆในฮ่องกงเร็วๆนี้


ชีวิตด้านอื่นๆในฮ่องกง


ตอนนี้อยู่ฮ่องกงมาแล้วประมาณสี่ปี ก็พูดได้ว่าค่อนข้างชินกับชีวิตที่ ทั้งค่าอาหาร ค่าบ้านที่แพงแบบไม่มีเหตุผล ช่วงแรกๆที่ย้ายมาอยู่ใหม่ๆ ตกใจมากที่ทุกอย่างแพงหมดเลย แต่ตอนนี้ด้วยความที่มีรายได้เป็นเงินฮ่องกง ก็เลยพยายามไม่แปลงค่าเงินเวลาซื้อของ ทำให้ค่อนข้างชินไปแล้ว 


เรื่องของอาหาร ใกล้เคียงกับไทย เลยไม่มีปัญหา แล้วคนฮ่องกงชอบอาหารไทยมากๆ สามารถหาร้านไทยได้ทั่วไป แค่ราคาแพงกว่าสี่ห้าเท่าตัว เรื่องของภาษาก็ไม่มีปัญหา ที่ฮ่องกงใช้กวางตุ้ง จะแตกต่างจากจีนกลางที่เราเรียนกันที่ไทย แต่เราก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก คนส่วนมากสื่อสารอังกฤษได้ค่อนข้างดี ตรงนี้เลยไม่เจอปัญหาอะไรเหมือนกัน 


แนะนำให้คนมาเรียนฮ่องกงมั้ย


ถ้าเป้าหมายคือประเทศแถบเอเชีย เน้นภาษาอังกฤษ เราว่าฮ่องกงเป็นทางเลือกต้นๆที่อยากแนะนำ ไม่ไกลจากไทย สื่อสารง่าย ใกล้จีน สามารถนั่งรถไฟข้ามไปเซินเจิ้นในเวลาแค่หนึ่งชั่วโมง การศึกษาก็ถือเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย ของอาจจะราคาสูงหน่อย แต่ถ้าเป็นป.โท ก็จะสามารถจบได้ภายในหนึ่งปี ซึ่งเร็วกว่าที่อื่นๆ โดยเฉพาะคนที่อยากทำงานที่ฮ่องกง หากเรียนจบที่นี่จะสามารถมีโอกาสในการหางานสูงกว่า และหากอยู่ครบเจ็ดปี ก็สามารถสมัคร PR เพื่อเป็นผู้พำนักถาวรได้เลยด้วย



หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ น้องๆที่หาข้อมูลเรียนต่อ หากมีข้อสงสัย หรือสนใจเรียนต่อที่ฮ่องกง สอบถามได้เราได้เลยนะคะ 




Endeavour study. Aim for the moon. If you miss, you may hit a star.


 
 
 

Comments


bottom of page